เลี้ยงปูนา

โดยธรรมชาติของปูนาแล้ว ในช่วงฤดูฝนใหม่ปูก็จะออกมาจับคู่ หากินในท้องนา สะสม
อาหาร ตัวเมียก็จะเริ่มตั้งท้องประมาณเดือนพฤษภาคม ถึงเดือน กรกฎาคม ปูตัวเมียจะมีไข่ในท้อง
ประมาณ 500-1,000 ฟอง ช่วงนี้หากเรานำแม่ปูมาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ที่เตรียมไว้ มันก็จะสามารถใช้
ชีวิตได้ตามปกติ และเติบโตให้เรานำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได

การเพาะเลี้ยงใช้ปูนา ไม่เกิน 10 คู่ หรือ 20 ตัว ต่อ 1ตารางเมตร ส่วนความสูงของระดับน้ำ ให้เติมเพียงท่วมหลังพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปูนาเท่านั้น เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวและการกินอาหารได้สะดวก จากนั้นนำกระเบื้องและผักตบชวา มาปิดทับใช้เป็นที่หลบซ่อนและที่อาศัยของปูนา เนื่องจากปูนามีสัญชาตญาณ ไม่ค่อยอยู่นิ่ง จึงจำเป็นต้องมาที่หลบซ่อน หากไม่หลบกันอาจเดินไปชนและหนีบกันได้ ทำให้เกิดความเสียหาย 

ปูนา นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้และเป็นแหล่งโปรตีนที่คู่กับวิถีชีวิตของชาวนาไทยโดยตลอด โดยเฉพาะฤดูฝนจะพบเห็นปูนาในท้องทุ่งนา ตามแหล่งน้ำจำนวนมาก นอกจากนำมาทำเป็นปูดองใส่ส้มตำแล้ว ปูนายังนำมา ต้ม ผัด แกง ทอด ได้เช่นเดียวกับปูทะเล ทั้งยังมีรสชาติที่ดีไม่แพ้กันด้วย ราคาปูนาในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 80 -100 บาท นับเป็นราคาดีไม่น้อยทีเดียวและนอกจากจับได้จากธรรมชาติแล้ว การเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ปูนาจำหน่ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากนัก จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ที่ดีให้กับผู้ที่เลี้ยง

อาหารปูหลังจากนำปูลงบ่อกระชังเสร็จแล้ว ให้อาหารได้เลย หว่านให้ทั่วน้ำ ใช้อาหารปลาดุกแบบเม็ดเล็กเป็นหลัก อาหารรองให้สลับกันไป เช่น ข้าวสาร ข้าวสวย ข้าวเหนียว ผลไม้ได้เกือบทุกชนิดกล้วยสุก มะละกอ มะพร้าว แตงกวา แตงโม อาหารสดปูยิ่งชอบ พวกโครงไก่ ปลาเล็กปลาน้อย หมูบด

วิธีแยกเพศของปูนา

เพศผู้

ขนาดลำตัวใหญ่  ก้ามขนาดใหญ่ ลำตัวสีเข้ม ส่วนท้องเป็นเปลือกเรียบสีขาว มีแนวร่องกลางส่วนท้องเป็นรูปตัวที

เพศเมีย

ขนาดลำตัวเล็ก ก้ามขนาดเล็ก ลำตัวสีอ่อน ท้องเป็นแผ่นโค้งรูปสามเหลี่ยมปิดทับส่วนท้อง

หากลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินค้าตัวไหนหรือต้องการสอบถามข้อมูลสินค้า สามารถติดต่อทาง ร้านค้าเราไม่ว่าจะราคา ส่ง หรือ ปลีก ซึ่งทางเว็ปไซต์ของเราสามารถสมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและเลือกซื้อสินค้าได้ผ่านทางหน้าเว็ป